เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเด็กๆ ในวัยประถม และ มัธยมฯ ต้องสอบ O-NET หรือ NT กันทุกปี และจริงๆ แล้ว มีความจำเป็นต้องสอบหรือไม่ เพราะไม่เห็นเคยเอามาใช้ แถมบางกรณี สอบเสร็จแล้วก็ไม่เคยรู้คะแนนเลยด้วยซ้ำ
มาทำความเข้าใจ เรื่องของ O-NET และ NT กันดีกว่า
ไปดูกันว่า คะแนนของ O-NET หรือ NT สำคัญอย่างไร แล้วเราจะรู้ผลคะแนนจากที่ไหน ?
NT และ O-NET เป็นการทดสอบที่มีจุดหมายเดียวกัน คือประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนแต่ละโรงเรียน เพื่อนำข้อมูลมาทำแผนพัฒนานักเรียนให้สามารถอ่านออกเขียนได้ รู้จักคิดวิเคราะห์ เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนแต่ละช่วงชั้น เมื่อเรียนครบ 3 ปี โดยจะทดสอบที่ชั้นสูงสุดของช่วงชั้นนั้นๆ คือ ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือ ต้นเดือนมีนาคมของทุกปี
การสอบ O-NET และ NT ใช้ข้อสอบมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ แต่ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดสอบ O-NET และ NT เป็นคนละหน่วยงานกัน และ การสอบทั้งสองแบบ นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
NT หรือ National Test จัดสอบโดย สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ส่วน O-NET จัดสอบโดย สทศ. หรือสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยแบ่งเป็น 4 ช่วงชั้น (12 ปี) คือ ช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1-ม.3) และช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6)
ในปีการศึกษา 2551 สพฐ. จะจัดสอบให้กับนักเรียนในช่วงชั้นที่ 1 หรือ ป.3 ส่วน สทศ. จะจัดสอบให้กับนักเรียนชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6
ม.6 จะใช้ศูนย์สอบมหาวิทยาลัย 20 แห่ง สอบวิชา สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา ศิลปะ และการเงินอาชีพฯ รวม 8 กลุ่มสาระฯ
ม.3 ใช้โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่เป็นสนามสอบ สอบวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา
ป.6 สอบในโรงเรียนที่นักเรียนเรียนอยู่ สอบวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกแห่ง ยังจะจัดสอบประเมินนักเรียนทุกคนในชั้น ป.2 ป.5 และม.2 อีกด้วย เพื่อนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคลก่อนที่จะจบช่วงชั้นในปีต่อไป
ที่ผ่านมายังไม่มีการนำผลคะแนนมาใช้อย่างจริงจัง เป็นเพียงเก็บเป็นสถิติ และวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเพื่อประเมินการเรียนการสอน การแก้ไขปัญหาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน และนักเรียนที่มีผลคะแนนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
เท่าที่ทราบ ในอนาคตอันใกล้ ทางกระทรวงฯ จะผลักดันให้เห็นผลที่ชัดเจนขึ้น โดยเด็กสามารถนำคะแนนที่ได้ไปใช้เป็นองค์ประกอบสอบคัดเลือกเข้า ม.1 และ ม.4 แต่... จะเป็นไปได้แค่ไหน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และโรงเรียนใดจะนำล่อง ...
หรือแม้แต่ใช้เป็นองค์ประกอบการเลื่อนชั้นเรียน ถ้าใครสอบ O-NET ไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะไม่ให้เลื่อนชั้น
ฉะนั้น ! นักเรียนจะจบการศึกษาแต่ละช่วงชั้นได้ ต้องสอบ O-NET เป็นหน้าที่
โดยเฉพาะ ม.6 จะต้องสอบ O-NET ทุกคน เพราะนอกจากจะเป็นการประเมินคุณภาพระดับชาติตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว โรงเรียนยังจะนําผลคะแนนไปกรอกในแบบ ป.พ.1 ในช่องผลการประเมินระดับชาติ
นักเรียน สามารถนำคะแนนที่ได้ไปยื่นเลือกคณะ เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่นกลาง นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังมีนโยบายนํา O-NET ไปถ่วงน้ำหนักคะแนน GPA อีกด้วย
นักเรียนที่อยากจะทราบคะแนนของตัวเอง และเก็บไว้เป็นสถิติ เพื่อนำมาใช้ในอนาคต สามารถทำได้โดย...
ชั้น ป.6 และ ม.3 ขอดูผลคะแนนได้ที่โรงเรียนที่จัดสอบให้กับนักเรียน เท่านั้น เนื่องจากทาง สทศ. ได้ส่งผลคะแนนให้กับทางโรงเรียนเก็บไว้ 1 ชุด
ส่วน ม.6 ดูผลได้ที่เวบไซต์ของ สทศ. โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน ก็สามารถทราบผลคะแนนได้
ทั้งนี้ ผลคะแนนจะมีทั้งหมด 3 ชุด คือ ที่ สทศ. โรงเรียน และ นักเรียน ซึ่งข้อมูลทั้ง 3 ชุดจะต้องตรงกัน สามารถอ้างอิงกันได้
ผลคะแนนที่นักเรียนได้รับ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักเรียนเอง เพราะสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญ ในการศึกษาต่อระดับสูงขึ้นไป ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการเรียนรู้ และวางแผนอนาคต
ส่วนผู้ปกครอง จะได้ใช้เป็นแนวทางแก้ไข และสนับสนุนบุตรหลานให้กระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในแนวทางที่ดี
ที่สำคัญ โรงเรียน และครูผู้สอน ยังสามารถนำผลการประเมินของนักเรียนแต่ละคนไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดการเรียน และกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องต่อความสนใจ ความต้องการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของนักเรียนต่อไปในอนาคต
หากต้องการข้อมูลเพิ่ม เกี่ยวกับ O-NET สอบถามได้ที่ สทศ. โทร. 0-2219-2992-5 และ NT สอบถามได้ที่ สพฐ. โทร. 02-288-5787
ขอบคุณ กรุงเทพธุรกิจ เอื้อเฟื้อข้อมูล